"Incendies" เมื่อ 1+1=1

posted on 27 Feb 2012 22:51 by gaderiel in Movie directory Entertainment

“1+1 เป็น 2 ใช่ไหม... แล้วถ้า 1+1 เท่ากับ 1 ล่ะ?”

Incendies (2010)

สัญชาติแคนาดา

กำกับโดย  Denis Villeneuve

ดัดแปลงจากละครเวทีเรื่อง  Scorched ของ Wajdi Mouawad

 

ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของคณะอักษรฯ จุฬาฯ  แน่นอนว่าดูฟรี! (ยังเหลืออีก 4 เรื่อง ทุกจันทร์พุธศุกร์ ถึงวันที่ 9 มีนาคม ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.facebook.com/cufilmfest)

 ที่จริงกะจะตามเก็บให้ครบทุกเรื่อง แต่ช่วงนี้ยุ่งมาก ต้องมาช่วยงานละครเกือบทุกวันที่มีหนังฉาย (เซ็งจริงๆ) เลยมาได้ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเทศกาล (ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ 5 แล้ว) ซะงั้น...

 

ช่างมันเถอะ... เข้าเรื่องกันดีกว่า

Incendies ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ไฟ, ไฟไหม้

ฉากหลังในโปสเตอร์ก็เป็นฉากไฟไหม้รถเมล์จากในเรื่อง และยังสื่อถึงไฟสงครามระหว่างสองศาสนาที่ไม่ยอมดับสิ้นเสียที

เรื่องนี้ยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลสาขาภายนตร์ภาษาต่างประเทศของออสการ์เมื่อปีที่แล้ว (2011) (อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2011/01/A10150348/A10150348.html) พอมาได้ดูวันนี้ก็ถึงกับเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไม

บทดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!



Incendies เป็นเรื่องราวของพี่น้องฝาแฝดชายหญิงที่ต้องทำตามพินัยกรรมของแม่ ที่แม่ขอให้นำจดหมายสองฉบับไปส่งให้กับพ่อของพวกเขาและพี่ชายที่พวกเขาไม่เคยรู้ว่ามี แฝดหญิงจึงเดินทางไปในประเทศตะวันออกกลางที่เป็นบ้านเกิดของแม่ (หนังไม่ได้บอกชัดเจนว่าประเทศใด แต่จากในวิกิพีเดียคาดว่าน่าจะเป็นประเทศเลบานอน) เพื่อตามสืบหาบุคคลทั้งสองที่หายตัวไป ก่อนที่แฝดชายและทนายจะมาช่วยสมทบ เพื่อจะพบว่าสงครามและความเกลียดชังระหว่างศาสนาสามารถทำลายชีวิตคนได้มากมายเพียงใด

นับว่าเป็นหนังต่อต้านสงครามที่พูดประเด็นได้ชัดเจนและสะเทือนใจมากทีเดียว... มันนำเสนอผลกระทบของสงครามอันแสนระยำผ่านทางระบบสังคมที่เล็กที่สุด ก็คือครอบครัว

ประเด็นความขัดแย้งของศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามครูเสดไม่น่าเชื่อว่าจะยังคงอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันมันจะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการทำสงครามของอเมริกันและชาติตะวันออกกลางเรื่องการแย่งชิงน้ำมันและการแก้แค้นของประเทศโลกที่สามแล้วก็ตาม   และคนทั้งโลกก็ถูกปลูกฝังมายาคติจากชาติอเมริกันว่าชาวมุสลิมตะวันออกกลางคือพวกหัวรุนแรงคลั่งศาสนา... แต่ในหนังเรื่องนี้กลับตีแผ่ความจริงอีกด้านหนึ่งว่า ชาวคริสเตียนก็เป็นพวกหัวรุนแรงคลั่งศาสนาได้เช่นเดียวกัน!

เรื่องราวโศกนาฏกรรมทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นความเคียดแค้นของทั้งสองศาสนา... นาวาล แม่ของแฝดทั้งสอง เติบโตมาในหมู่บ้านชาวคริสต์ในตะวันออกกลาง แต่เธอกลับไปรักและตั้งท้องกับชายมุสลิมผู้เป็นคนอพยพคนหนึ่ง   เมื่อครอบครัวจับได้ พี่ชายของเธอก็ถึงขั้นฆ่าชายต่างศาสนาทิ้ง และเกือบจะฆ่าน้องสาวตามไปด้วย... ส่วนเด็กผู้โชคร้ายที่เกิดมาท่ามกลางความขัดแย้งของสองศาสนาจำต้องถูกพรากจากแม่ไปตั้งแต่วันคลอดและไม่ได้พบหน้ากันอีกหลังจากนั้น

ความเกลียดชังยังคงดำเนินต่อเมื่อสงครามปะทุขึ้น นาวาลตัดสินใจออกตามหาลูกชายที่หายไป แต่ก็ต้องพบว่าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าถูกทำลายไปแล้ว เธอจึงปลอมตัวโพกผ้าเป็นหญิงมุสลิมขึ้นรถเมล์ชาวมุสลิมออกไป แต่ก็ต้องโดนชาวคริสต์หัวรุนแรงดักจับรถเมล์เอาไว้แล้วยิงกราด ผู้โดยสารตายเกือบทั้งรถ ยกเว้นนาวาล และแม่ลูกอีกสองคน   เมื่อเห็นผู้ก่อการร้ายเทน้ำมันราดรถเมล์ นาวาลก็รีบแสดงตัวว่าเป็นชาวคริสต์ให้รอดพ้นมาได้ และพยายามช่วยชีวิตเด็กหญิงออกมาจากอ้อมอกแม่ แต่สุดท้ายแล้วรถเมล์ก็ถูกไฟเผาเป็นจุณ และเด็กหญิงที่วิ่งกลับไปหาแม่ก็โดนยิงทะลุหลังไปต่อหน้าต่อตา!

ภาพที่โหดร้ายและไม่คิดว่าจะได้มีวันเห็นเลยนั่นก็คือ กระบอกปืนกลในมือเหล่าผู้ก่อการร้ายติดรูปพระแม่มารีเอาไว้ทุกคน!

 

แน่นอนว่ามันเป็นแค่จุดเริ่มต้น

 

วิธีการนำเสนอเรื่องดูละม้ายคล้ายสารคดีอยู่หน่อยๆ เพราะนำเสนอแบบ Realistic จงใจทิ้งช่วงเวลาไว้ แสดงให้เห็นการเดินทางของตัวละคร เน้นภาพ Landscape และภาพระยะไกล ไม่ค่อยเน้นที่ตัวคนหรืออารมณ์เท่าไร   มีการแบ่งตอนของหนังด้วยตัวหนังสือสีแดงสดตามมุมมองของคนที่เล่าเรื่องหรือสถานที่ที่ตัวละครไป ยอมรับว่าช่วงแรกหนังค่อนข้างจะดำเนินไปเนิบช้าทีเดียว   แต่พอช่วงหลังที่ความจริงเริ่มเปิดเผยแล้วก็ถึงกับต้องตาค้าง ง่วงไม่ลงอีกเลย!!!

 

 

ต่อไปนี้จะเป็นการ Spoil หนัง... ใครยังไม่อยากอ่านคุณมีสิทธิหยุดเดี๋ยวนี้!!!

 

“1+1 เป็น 2 ใช่ไหม... แล้วถ้า 1+1 เท่ากับ 1 ล่ะ?”

นี่คือคำถามที่แฝดชายถามกับแฝดหญิงเมื่อเขาพบความจริงแล้ว... ไม่มีคำตอบใดนอกจากน้องสาวที่กรีดร้องออกมาอย่างใจสลาย

 

พี่ชายของพวกเขา... และพ่อของพวกเขา คือคนๆเดียวกันนั่นเอง


นิฮัด พี่ชายที่หายไปถูกฝึกให้กลายเป็นมือปืนชั้นเยี่ยม แต่พอเขาถูกจับได้แล้วก็ยังถูกทหารจับไปฝึกต่อ ขัดเกลาความโหดร้ายเสียจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์ และสุดท้ายเขาก็กลายเป็น “ผู้ทรมาน” ทำหน้าที่เปิดปากนักโทษในคุก โดยใช้วิธีข่มขืนนักโทษหญิงให้ยอมเปิดปาก  แต่แล้วเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่า นักโทษหญิงเบอร์ 72 หรือ “หญิงผู้ร้องเพลง” ที่เขาข่มขืนจนตั้งท้องคนนั้น คือแม่ของเขาเอง!!!

ผลกระทบอันเลวร้ายของความเกลียดชังมันสั่นสะเทือนลึกลงไปถึงจิตใจ

ในที่สุดจดหมายทั้งสองฉบับก็ถูกส่งถึงมือผู้รับ... สิ่งที่หญิงคนนั้นเขียนถึงลูกชายของเธอ และพ่อของลูกแฝดของเธอคือการแสดงความรักว่าเธอยังรักลูกคนนี้เสมอ และจดหมายอีกฉบับที่เธอทิ้งไว้ให้ลูกแฝดทั้งสองก็ยังยืนยันคำเดิมกับจดหมายอีกสองฉบับ คือ “ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน”


ชวนให้คิดถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ซ่อนความหมายอยู่ในหนังเรื่องนี้...

ประเด็นความสัมพันธ์แม่ลูกที่ผิดเพี้ยนนี้น่าจะเทียบได้กับตำนานกำเนิดเทพกรีกตามตำรา Hesiod  ว่าด้วยแรกเริ่มเมื่อเกิดจักรวาลนี้ เทพี Gaia ซึ่งเป็นเทพแห่งผืนดิน ได้ให้กำเนิดโอรสคือ Uranus เทพแห่งท้องฟ้าขึ้นด้วยตัวเอง หลังจากนั้น Uranus ก็กลับมาสมสู่กับ Gaia ผู้เป็นแม่และให้กำเนิดบุตรธิดาอีกหลายตน นับว่าเป็นเรื่องราวในเชิงนามธรรมซึ่งว่าด้วยสิ่งสองสิ่งที่ไม่น่าเป็นสิ่งเดียวกัน เช่นท้องฟ้าและแผ่นดิน ที่แท้แล้วเดิมทีเป็นสิ่งเดียวกัน ถือกำเนิดขึ้นจากกัน

เช่นเดียวกับทั้งสองศาสนาหรือไม่?

มีข้อสันนิษฐานหนึ่งว่าพระเจ้าสูงสุดของคริสต์และอิสลามคือพระเจ้าองค์เดียวกัน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาก็ยังเป็นผืนดินเดียวกัน มีรากฐานเดียวกัน... มาคิดๆดูแล้ว ทั้งสองต่างก็เป็นศาสนาเดียวกันไม่ใช่หรือ

เปรียบสองพี่น้องฝาแฝดก็คือสองศาสนา หากเดินทางสืบค้นลึกลงไปเท่าไรแล้วก็อาจจะเจอความจริงที่ยากจะยอมรับได้ ว่าทั้งสองต่างก็เกิดมาจากท้องเดียวกัน มีสิ่งต้นกำเนิดคือสิ่งเดียวกัน...

ถ้าเช่นนั้นแล้ว จะทำสงครามกันไปเพื่ออะไร?

 

 

 

 

---------------------------------------------------------------------------------

(หมายเหตุ : ข้าพเจ้าในใบประวัติมักกรอกว่านับถือศาสนาพุทธ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้นับถือศาสนาใดอย่างจริงจังมากเป็นพิเศษ หากข้อเขียนในบทความนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งใดๆแก่ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์หรืออิสลาม ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)

edit @ 27 Feb 2012 23:07:25 by Gaderiel's Blog

edit @ 30 Mar 2012 00:13:32 by Gaderiel's Blog

Comment

Comment:

Tweet

เล่าละเอียดเกิ๊น บ่ต้องหาหนังมาดูกันละ

#3 By ชัช (110.170.179.34|110.170.179.34) on 2014-05-16 15:42

big smile

#2 By (180.183.48.41|180.183.48.41) on 2014-05-16 09:52

ดูจบแล้ว พูดอะไรไม่ออกเลย รู้คำเดียว คือ อึ้ง

#1 By Blissonic (103.7.57.18|1.4.194.139) on 2012-12-29 23:42